นายไสว สาสังข์
นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกุง
สถิติผู้เยี่ยมชม
เปิดเว็บไซต์ 13/08/2015
ปรับปรุง 20/07/2018
สถิติผู้เข้าชม 152608
Page Views 262757
 
JPEG Image ดาวน์โหลดไฟล์
องค์การบริหารส่วนตำบลกุง  จัดทำโครงการพยุงธรรม ค้้ำไทย  ถวายองค์ราชินี ประจำปี 2560 ขึ้น
เพื่อเป็นการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ ส่งเสริมการปลูกและอนุรักษ์ป่าไม้ และรักษาสภาพแวดล้อมอีกด้วย     
Adobe Acrobat Document ดาวน์โหลดไฟล์
Word Document ดาวน์โหลดไฟล์
ข้อมูลสำคัญของท้องถิ่น
บ้านขาม  หมู่ที่  ๑
          ประวัติหมู่บ้าน  บ้านขามเดิมย้ายถิ่นฐานมาจากบ้านร่องโศก-บ้านกลาง  อ.ราษีไศล  จ.ศรีสะเกษ  สาเหตุเนื่องจากในหมู่บ้านดังกล่าวเกิดโรคระบาดทำให้ผู้คนในหมู่บ้านล้มตายเป็นจำนวนมาก  จึงย้ายมาตั้งหมู่บ้านบริเวณบ้านขามในปัจจุบัน  โดยการนำของหลวงชำนาน  เป็นผู้ก่อตั้งหมู่บ้าน  มีนายแหวน  พวงจำปา  เป็นผู้ใหญ่บ้านคนแรกของบ้านขาม  ปัจจุบันมีนายธวิทย์  วรรณวงษ์  เป็นกำนัน
          บ้านขาม มีจำนวน  ๙๕  ครัวเรือน  ประชาชนส่วนใหญ่เป็นชนเผ่าเยอ  มีคนลาวปะปนอยู่บ้าน  ภาษาที่ใช้คือภาษาเยอและภาษาลาว  ประกอบอาชีพทำนาเป็นหลัก  ปลูกหอมกระเทียมเป็นอาชีพเสริม  มีลำห้วยอีหนาเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติที่สำคัญของหมู่บ้าน
          ประเพณีที่สำคัญของหมู่บ้าน  ได้แก่  ทำบุญวันขึ้นปีใหม่,ทำบุญวันสงกรานต์,บุญข้าวจี่,บุญเข้าพรรษาและวันออกพรรษาของทุกปี  เป็นต้น
         
บ้านกุง  หมู่ที่  ๒,  บ้านกุง  หมู่ที่  ๑๓
          ประวัติหมู่บ้าน  ในราวต้นพุทธศตวรรษที่  ๒๕  ในหมู่บ้านชาวเยอ  ซึ่งเป็นดินแดนที่ตั้งอำเภอราศีไศล  จังหวัดศรีสะเกษ  ในปัจจุบัน  ได้เกิดโรคไข้ทรพิษ  (ฝีดาษ)  ระบาดอย่างรุนแรง  มีคนเจ็บป่วยล้มตายเป็นจำนวนมาก  ชาวบ้านกลุ่มหนึ่ง  ซึ่งต่อมาเป็นตระกูลวรรณวงษ์  และตระกูลสิงห์คำ  ในปัจจุบัน  ได้ชักชวนกันอพยพถิ่นฐานเพื่อหนีโรคร้ายโดยใช้เกวียนเป็นพาหนะออกเดินทางมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตก  มีหนองน้ำใหญ่ (หนองกุง)  ทิศตะวันออกมีลำห้วย  (ลำห้วยอีหนา)  อีกทั้งอยู่ใกล้เมืองศรีไศล  (ปัจจุบันคือบ้านเมืองเก่า)  จึงชวนกันตั้งหลักปักฐานอยู่รวมกันเป็นหมู่บ้าน  ด้วยเหตุที่บริเวณรอบหมู่บ้าน  มีต้นกุงจำนวนมาก  จึงตั้งชื่อหมู่บ้านว่า  “บ้านกุง”  เดิมบ้านกุง  อยู่ในการปกครองของอำเภอราษีไศล  จังหวัดศรีสะเกษ  ปัจจุบันอยู่ในการปกครองของอำเภอศิลาลาด  จังหวัดศรีสะเกษ  ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๒  ได้แยกหมู่บ้านออกเป็น  ๒  หมู่  คือ  บ้านกุง  หมู่ที่  ๒  และบ้านกุง  หมู่ที่  ๑๓    โดยบ้านกุงหมู่  ๒  มีหมู่บ้านรวมกันอยู่ ๓  บ้านคือบ้านกุง  บ้านโพธิ์ไฮ  และบ้านโนนชาด  มีนายหล้า  สิงห์คำ  เป็นผู้ใหญ่บ้านคนแรก  ผู้ใหญ่บ้าน หมู่  ๒  คนปัจจุบันคือ  นายณรงค์ฤทธิ์  วรรณวงษ์  และผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่  ๑๓  คนปัจจุบัน  คือ  นายวิศิษฐ์  เวียงแก้ว  (ข้อมูลจาก นายไพบูลย์  สิงห์คำ  )
          บ้านกุง  หมู่  ๒  มี ๑๘๕  ครัวเรือน  อาชีพหลักทำนา  อาชีพเสริมเลี้ยงสัตว์  ประชาชนในหมู่บ้านเป็นกลุ่มชนเผ่าเยอ  ทั้ง  ๓  บ้าน  คือบ้านกุง  บ้านโพธิ์ไฮ  บ้านโนนชาด  มีชนเผ่าลาวบ้างเล็กน้อย  มีแหล่งน้ำธรรมชาติ  คือ  ลำน้ำเสียว  ป่าโนนชาด  หนองตากวาง
          มีโรงเรียนตั้งอยู่  ๑  แห่ง  คือ  โรงเรียนบ้านกุงขาม  ตั้งเมื่อวันที่  ๑๖  พฤษภาคม  ๑๓๕๒  เดิมชื่อโรงเรียนบ้านกุง (วัดบ้านกุง)  มีนายมี  วงษ์วิลา  เป็นครูใหญ่  มีครูผู้ช่วย  ๒  คน  มีนักเรียน  ๘๒  คน  ในปี พ.ศ. ๒๕๐๙  ทางราชการให้งบประมาณ ๑๔,๐๐๐ บาท คณะครูและชาวบ้านบริจาคสมทบอีก ๖,๐๐๐  บาท  เพื่อสร้างอาคารเรียน  ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นโรงเรียนบ้านกุงขาม  ปัจจุบันมีเนื้อที่  ๔  ไร่  ๓  งาน  ๗๓  มีว่าที่ ร.ต.บุญวิทย์  ไชยช่วย  เป็นผู้อำนวยการ
          มีวัด  ๑  แห่ง  คือ  วัดบ้านกุง  ตั้งเมื่อ  พ.ศ.  ๒๔๔๕  ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา  เมื่อวันที่  ๒๗  ธันวาคม  ๒๕๒๖  มีเนื้อที่  ๖  ไร่  ๗๐  ตารางวา  มีเจ้าอาวาสดังนี้
          รูปที่  ๑  พระช่อ                    รูปที่  ๒  พระโพธิ์                   รูปที่  ๓  พระแต้ม                  รูปที่  ๔  พระสี                รูปที่  ๕  พระทอง              
          รูปที่ ๖  พระครูโกศลพุทธิคุณ  เจ้าคณะตำบลกุง  เขต  ๑  จนถึงปัจจุบัน
 
 
 
บ้านแต้  หมู่ที่  ๓,หมู่ที่  ๑๔
          ประวัติความเป็นมา  ชาวบ้านแต้เดิม  ตั้งถิ่นฐานอยู่ที่บ้านดู่   อำเภอราศีไศล  จังหวัดศรีสะเกษ  เมื่อปี  พ.ศ.  ๒๔๑๐  มีชาวบ้านจำนวน  ๘  หลังคาเรือนได้อพยพมาโดยการนำของหลวงโคตร  เนื่องจากภูมิประเทศที่ตั้งของหมู่บ้านมีต้นแต้อยู่เป็นจำนวนมาก  จึงตั้งชื่อหมู่บ้านว่า  “บ้านแต้”ต่อมาเมื่อปี ๒๕๔๒ ได้แยกการปกครองออกเป็นบ้านแต้  หมู่ ๑๔  โดยมีนายสง่า  แหวนหล่อ เป็นผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 3 ,นางสาวแสงจันทร์ ทวีสาร เป็นผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 14
          ชาวบ้านแต้มีอาชีพหลักคือ  ทำนา  อาชีพเสริม  เลี้ยงสัตว์  เป็นชนเผ่าลาวทั้งหมู่บ้าน  แหล่งน้ำที่สำคัญของหมู่บ้าน  คือ  หนองข่า  หนองแต้ 
          บ้านแต้มีวัด  ๑  แห่ง  คือ  วัดสว่างบ้านแต้  ตั้งพร้อมการตั้งหมู่บ้าน  เดิมใช้เป็นโรงเรียน  ภายหลังแยกออกมาตั้งเป็นโรงเรียนบ้านแต้  มีพระอธิการผา  ญาปุณโย  เป็นเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน
          งานประเพณีที่สำคัญของหมู่บ้าน    ได้แก่  บุญคุ้มข้าวใหญ่  บุญข้าวจี่  บุญบั้งไฟ  บุญผเวส  บุญสงกรานต์  บุญเบิกบ้าน  บุญเข้าพรรษา  บุญข้าวประดับดิน เป็นต้น
 
บ้านเมืองเก่า  หมู่ที่  ๔
          ประวัติความเป็นมา บ้านเมืองเก่า  เดิมชื่อ  เมืองศรีไศล  มีประวัติเล่าสืบต่อกันมาว่า  เมื่อปีมะโรงพุทธศักราช  ๒๔๒๔  พระยาวิเศษภักดี  เจ้าเมืองขุขันธ์  (ก่อนเป็นจังหวัดศรีสะเกษ)  ได้มีฎีกากราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  (รัชกาลที่  ๕)  ขอจัดตั้งหัวเมืองใหม่ขึ้นในเขตเมืองขุขันธ์  ณ  บริเวณดงหินกองริมน้ำเสียวให้ชื่อว่า  เมืองศรีไศล  (บริเวณตั้งอำเภอสิลาดในปัจจุบัน)  และได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าแต่งตั้ง  ท้าวจันษี  เป็นพระประจญปัจจานึกให้ดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองสืบต่อมา  จนถึง  พ.ศ.  ๒๔๔๘  (รวม  ๒๔  ปี)  ได้เกิดภัยพิบัติน้ำท่วม  ฝนแล้ง  และโรคระบาดอย่างรุนแรง ประชาชนล้มตายบ้านเรือนราษฎรเกิดความเสียหาย  ขณะนั้นหลวงพิฆาตไพรี  (ท้าวคำเม็กสุรมิตร  เป็นเจ้าเมืองได้ชักชวนราษฎรได้ส่วนหนึ่ง  อพยพลหนีภัยไปอยู่ที่ตำบลเมืองคง  และตั้งเป็นเมืองขึ้นใหม่  ชื่อว่า เมืองมังคงโคก  ปัจจุบันชื่อ  ราศีไศล  ส่วนราษฎรที่เหลืออยู่ได้รับการชักชวนจาก นางมุด  สุรมิตร น้องสาวของท้าวพิฆาตไพรี รวมตัวกันอพยพเคลื่อนย้ายไปทางทิศใต้ของเมืองศรีไศล ไปอีกประมาณ  ๑,๕๐๐  เมตร  แล้วตั้งเป็นชุมชนขึ้นใหม่ ชื่อว่า  บ้านเมืองเก่า  (ศรีไศล)  ขึ้นตรงกับอำเภอราศีไศล  มีนายทะ  ราศีบุษย์  เป็นผู้ใหญ่บ้านคนแรก  และมีนายธวัทชัย ห้วนจันทร์  เป็นผู้ใหญ่บ้านคนปัจจุบัน
 
บ้านสงยาง หมู่ ๕ ,หมู่  ๑๑
          ประวัติความเป็นมา ราวปี พ.ศ. ๒๔๐๑ มีบุคคล  ๓  กลุ่ม  อพมาสร้างบ้านสงยาง  คือ  จากบ้านดู่ อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ,บ้านท่าลาด อำเภอหนึ่งของจังหวัดร้อยเอ็ด,บ้านหินกอง  อำเภอใด  จังหวัดใดไม่ปรากฏ  บุคคลทั้ง  ๓  กลุ่มสันนิษฐานว่าอพยพมาไม่พร้อมกัน  แต่ได้อพยพมาตั้งถิ่นฐานบริเวณท่าน้ำริมฝั่งแม่น้ำเสียว  ท่าน้ำแห่งนี้เรียกว่า  ท่าลาด  เพราะเป็นที่ลาดชันที่คนสามารถสัญจนไปมาได้  จึงตั้งได้ชื่อหมู่บ้านว่า  บ้านท่าลาด  ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของโรงเรียนศิลาลาดวิทยา  ต่อมาเกิดโรคระบาดผู้คนในหมู่บ้านล้มตายจำนวนมากจึงอพยพมาไปตั้งหมู่บ้านบริเวณใหม่ติดกับหนองน้ำชื่อว่าหนองยาง  ประกอบกับบริเวณดังกล่าวมีป่ายางเป็นจำนวนมาก  ดังนั้น  จึงตั้งชื่อหมู่บ้านว่า  บ้านสงยาง  มีผู้ใหญ่บ้านคนแรกคือ  นายภู  ศรีสมุทร  ปัจจุบันแบ่งเขตปกครองออกเป็น  ๒  หมู่  คือ  บ้านสงยาง หมู่ ๕ และบ้านสงยาง หมู่ ๑๑ โดยมีนางสุมาลี  รัตนโสภา เป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่ 11 และนายฐาปณพงษ์  นิยม  เป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5
          มีโรงเรียน  ๒  แห่ง  คือ  โรงเรียนอนุบาลศิลาลาด  (บ้านสงยาง) เปิดสอนระดับประถมศึกษา และโรงเรียนศิลาลาดวิทยาเปิดสอนระดับมัธยมศึกษา
 
           มีวัด  ๒  แห่ง  คือ  วัดสงยาง สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย  ตั้งเมื่อ  พ.ศ. ๒๔๖๔  ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๘  ปัจจุบันมีพระครูขันติธรรมาภิบาล  เป็นเจ้าอาวาส  และอีก  ๑  แห่ง  คือ  วัดป่าศิลาลาด  สังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุติ  ปัจจุบันมีพระครูอรุณธรรมโสภณเป็นเจ้าอาวาส
            
บ้านเกิ้ง  หมู่ที่  ๖ 
          ประวัติความเป็นมา ชาวบ้านเกิ้งเดิมอพยพมาจากบ้านไผ่  อำเภอราศีไศล  จ.ศรีสะเกษ  ราวปี  พ.ศ.  ๒๓๙๕  (๑๕๙  ปีมาแล้ว)  มาตั้งถิ่นฐานบริเวณลำน้ำเสียว  และมีหินรูปพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว  ซึ่งเรียกว่า  อีเกิ้ง  จึงตั้งชื่อหมู่บ้านว่า  “บ้านเกิ้ง”  ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา  มีนายอินทร์  จันทะพันธ์  เป็นผู้ใหญ่บ้านคนแรก  และมีนายสมหมาย  เศษบุญ  เป็นผู้ใหญ่บ้านคนปัจจุบัน         บ้านเกิ้งเป็นชนเผ่าลาว  ทำนาเป็นอาชีพหลัก  มีแหล่งน้ำสำคัญคือ  ลำน้ำเสียว  หนองจานมูล-หินเกิ้ง  หนองตากแดด
          โรงเรียนบ้านเกิ้ง  อ.ส.พ.ป.๓๗  เดิมชาวบ้านเกิ้งเดินทางไปเรียนที่โรงเรียนวัดบ้านมะหลี่  ราวปี  พ.ศ.  ๒๕๐๐  จึงย้ายมาอยู่ที่  โรงเรียนวัดบ้านเกิ้ง  ต่อมาปี  พ.ศ. ๒๕๒๑  ได้รับงบประมาณก่อสร้างโรงเรียนบ้านเกิ้ง  สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาอำเภอราศีไศล
          วัดบ้านเกิ้ง  ตั้งเมื่อ  พ.ศ. ๒๔๔๗  สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย  ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา  เมื่อ  พ.ศ.  ๒๔๖๐  ปัจจุบัน  มีพระครูสิริบุญกิจ  เจ้าคณะอำเภอศิลาลาด  เป็นเจ้าอาวาส
 
บ้านมะหลี่  หมู่  ๗  และหมู่  ๑๒
          ประวัติความเป็นมา  ชาวบ้านมะหลี่เดิมย้ายมาจากบ้านไผ่-คูสระ  อ.ราษีไศล  จ.ศรีสะเกษ เริ่มแรกได้ตั้งชื่อหมู่บ้านว่า  บ้านโนนมะหลี่  ตามชื่อพื้นชนิดหนึ่งที่เรียกว่า  “พูมะหลี่” ซึ่งมีอยู่มากในบริเวณที่ตั้งหมู่บ้าน  ต่อมาได้เปลี่ยนเป็นบ้านมะหลี่  หมู่ที่  ๗  ขึ้นกับอำเภอราศีไศล  มีนายเป  จันทะพันธ์ เ ป็นผู้ใหญ่บ้านคนแรก  และปัจจุบันมีนางไสว นนท์วงษ์  เป็นผู้ใหญ่บ้าน  ต่อมาเมื่อวันที่  ๒๓  มิถุนายน  ๒๕๒๖  ได้แยกออกเป็นบ้านมะหลี่  หมู่  ๑๒  มีนายหมั่น  จันทพันธ์  เป็นผู้ใหญ่บ้านคนแรก  และมีนายไสว  ศรีคำ  เป็นผู้ใหญ่บ้านคนปัจจุบัน
          ชาวบ้านมะหลี่เป็นชนเผ่าลาว  มีอาชีพหลักทำนา  อาชีพเสริมปลูกผัก เลี้ยงสัตว์  แหล่งน้ำธรรมชาติที่สำคัญ  คือ  ลำน้ำเสียว  หนองเบ็น  หนองดินดำ
          โรงเรียนบ้านมะหลี่  ในอดีตเรียนหนังสือที่วัด  ต่อมาได้มีการก่อสร้างโรงเรียนขึ้นตั้งอยู่ระหว่างบ้านแต้และบ้านมะหลี่  จึงเรียกว่าโรงเรียนบ้านแต้มะหลี่  ตั้งเมื่อ  พ.ศ. ๒๕๐๗
          วัดมะหลี่  ตั้งเมื่อ  พ.ศ. ๒๔๒๖  โดยหลวงพ่อจำเริญ  ได้นำชาวบ้านถากถางป่าเพื่อสร้างวัดขึ้น  โดยเริ่มแรกสถานที่ตั้งวัดมีพื้นที่  ๒  ไร่  ๒  งาน  สร้างเรือไม้มุงหญ้าแฝก  ๑  หลัง  และนิมนต์พระบุดดี  มาเป็นเจ้าอาวาสองค์แรก  ปัจจุบันมีพระใบฎีกาสุระชัย  ญาณธีโป  เป็นเจ้าอาวาส
         
บ้านซ่ง  หมู่  ๘ 
          ประวัติความเป็นมา  บ้านซ่งเดิมป็นคนบ้านโจดม่วง หมู่ที่ ๔ ต.ดู่ อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ ย้ายมาตั้งบ้านเรือนอยู่บริเวณบ้านซ่ง ในปี พ.ศ. ๒๔๑๔ โดยการนำของ นายสอน วิรุณพันธ์  มีจำนวนครัวเรือน  ๑๓  ครัวเรือน  โดยตั้งตามต้นไม้ที่มีมากบริเวณที่ตั้งหมู่บ้าน  ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๔๙  ได้มีคำสั่งจัดตั้งหมู่บ้านให้ชื่อว่า  บ้านซ่ง  มีนายสอน  วิรุณพันธ์  เป็นผู้ใหญ่บ้านคนแรก  ปัจจุบัน มีนายสัญญาอาทิตย์  ผาสุข  เป็นผู้ใหญ่บ้าน
         
บ้านนาดี  หมู่  ๙ 
          ประวัติความเป็นมาของหมู่บ้าน ที่ตั้งบ้านนาดีแต่ก่อนเป็นพื้นที่ดอนมีต้นยางเป็นป่าทึบไม่มีคนอยู่อาศัย  ต่อมานายเพชร  ศรีคำ ราษฎรบ้านมะหลี่  ต.กุง  และชาวบ้านส่วนหนึ่งมาตั้งบ้านเรือนอยู่บริเวณนี้  ได้ตั้งชื่อหมู่บ้านว่า  บ้านหนองยางน้อย  หมู่บ้านนี้ในช่วงฤดูฝนน้ำจะท่วมนาทุกปี  เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๗๗ หลวงคง คุณากร  นายอำเภอราศีไศลขณะนั้นได้ตั้งชื่อหมู่บ้านใหม่ว่า  บ้านนาดี  เพื่อให้ตรงข้ามกับสภาพความเป็นจริง  จึงได้ชื่อบ้านนาดีตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา  มีนายแก่น  ศรีคำ  เป็นผู้ใหญ่บ้านคนแรก  และมีนายบุญมาก  ศรีคำ  เป็นผู้ใหญ่บ้านคนปัจจุบัน
 
บ้านแสงแต้  หมู่  ๑๐
          ประวัติความเป็นมา เดิมเป็นชาวบ้านแต้ ต่อมาได้ย้ายมาตั้งบ้านเรือน ณ บริเวณบ้านแสงแต้ปัจจุบัน  มีนายก้อน  เวียงแก้ว เป็นผู้ใหญ่บ้านคนแรก และนายบุญทัน สมจิตร  เป็นผู้ใหญ่บ้านคนปัจจุบัน
          บ้านแสงแต้  เป็นคนลาวทั้งหมู่บ้าน  มีอาชีพหลักคือ  ทำนา  อาชีพเสริม  คือ  เลี้ยงสัตว์ 
          มีวัด  ๑  แห่ง  คือ  สำนักสงฆ์บ้านแสงแต้  ตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ.  ๒๕๓๖ มีพื้นที่ ๓  ไร่  ๔๐  ตารางวา  มีพระบุญมา  ยาสุโก  เป็นเจ้าอาวาส